,
ขนาดรับประทานเเละการบำบัดของโรคจากระบบไหลเวียนโลหิตเเต่ละชนิด
 

คำเตือน ผู้ป่วย ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาแพทย์ ห้ามผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่มีอาการแพ้กระเทียม ผู้ป่วยที่เป็นโรคเลือดออกง่าย ผู้ป่วยควรรายงานแพทย์ที่ทำการรักษาให้ทราบว่าผู้ป่วย ได้รับประทานอาหารเสริมร่วมด้วย เพื่อเป็นข้อมูลในการรักษาของแพทย์ เพื่อประสิทธิ์ภาพในการรักษาของแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น


กลุ่มของโรคจากระบบไหลเวียนโลหิต และ อื่นๆ
 
โรคหัวใจ (หัวใจโต ลิ้นหัวใจรั่ว เส้นเลือดหัวใจตีบ)
 
 
 
 
โรคทางระบบประสาท โรคต่อมไธรอยด์ทั้งเป็นพิษและไม่เป็นพิษ
 
 
 
 
 
อาการอื่นๆ(ภาวะนอนไม่หลับ ขอบตาเขียวคล้ำ ประกายตาไม่สดใส, หน้าตาผิวพรรณดูหมองคล้ำ, จิตใจหดหู่ และมีอาการคร่ำเครียดอยู่ตลอดเวลา, โรคโลหิตจางในผู้ป่วยโรคไต เส้นเลือดขอด โรคเลือดข้นมากเกินไปจนต้องเจาะทิ้ง โรคเลือดคลั่งที่ทำให้แขนและขามีสีแดงคล้ำและเกิดอาการบวม เส้นเลือดขอด โรคน้ำเหลืองไหลตลอดเวลา โรคพุ่มพวง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (HIV) โรคตับ โรคเกี่ยวกับตา ต้อกระจก ต้อหิน ตาฝ้าฝาง ผมร่วง ผมหงอก )

 

ศาสตร์ของการบำบัดในแพทย์ทางเลือกนั้น นำมาซึ่งความหวังที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคต่างๆ รวมทั้งโรคมะเร็งโรคแห่งความเสื่อม อีกนานาชนิด รวมทั้งระบบสำคัญในร่างกาย ระบบไหลเวียนโลหิต นอกจากศาสตร์ของการบำบัดนี้จะช่วยป้องกันแล้วยังสามารถเสริมประสิทธิภาพในการรักษา ในการทำเคมีบำบัดรวมถึงการฉายรังสี และเสริมสร้างระบบป้องกันการรักษาตัวเองตามธรรมชาติของร่างกายได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 
 
สารต้านอนุมูลอิสระทางธรรมชาตินั้น และสารสนับสนุนอื่นๆ เปรียบได้กับการป้องกันบำบัดโรคที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง สารอาหารบำบัดโรคนี้ ไม่ใช่สิ่งวิเศษ ที่สามารถจะทำการบำบัดรักษา ให้เห็นผลได้ในชั่วข้ามคืน ดังนั้นผู้ป่วยควร รับประทาน อาหารเสริม ตามคำเเนะนำอย่างเคร่งครัด ร่วมกับ ยาที่ใช้ในแพทย์แผนปัจจุบัน ตามรายละเอียด ของโรค ต่างๆ ดังต่อไปนี้

โรคหัวใจการใช้อาหารเสริมบำบัดโรคนี้อย่างต่อเนื่อง จะสามารถช่วยป้องกันอาการเจ็บหน้าอกซึ่งเป็นอาการของหัวใจขาดเลือด และอาการอ่อนเพลียง่าย ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้อาหารเสริมยังช่วยลดโคเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอร์ไรด์ และเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดหัวใจ, ลดความหนืดของเลือด, ขยายหลอดเลือด และ จากผลการทดลองทางคลินิกวิทยา แบบซุ่มในผู้ป่วย พบว่าอาหารเสริมนี้ช่วยทำให้หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ หรือผู้ป่วยที่ได้รับการทำบอลลูนหัวใจ การรับประทานอาหารเสริมนี้ จะป้องกันการตีบตันของเส้นเลือดที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก จะช่วยไม่ให้เกิดแผลเป็นจากการต่อเส้นเลือดซึ่งจะช่วยให้โคเลสเตอรอล หรือไขมันไม่มีที่เกาะ
 
ในผู้ป่วยรายที่มีอาการของลิ้นหัวใจรั่ว และ กล้ามเนื้อของหัวใจเป็นอัมพาตบางส่วน ที่ได้รับการบำบัดโดยการรับประทานอาหารเสริมนี้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่ใช้ในการรักษาโรคที่กำลังเป็นอยู่เป็นประจำนั้น จะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นของหัวใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ กล้ามเนื้อหัวใจ และลิ้นหัวใจแข็งแรงขึ้น และสูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้น ยังผลให้การรั่วของลิ้นหัวใจน้อยลงจนกระทั่ง คนไข้ที่อาจจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมีอาการดีขึ้นจนกระทั้งไม่จำเป็นที่ จะต้องรับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจซึ่งคนไข้จะไม่มีอาการหอบและไม่เหนื่อยง่ายเหมือนก่อนได้รับการบำบัดด้วยอาหารเสริม
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

หัวใจโต ในรายที่มีหัวใจโต และ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตบางส่วน ผลของการบำบัดจะช่วยให้ขนาดของหัวใจจะค่อยๆมีขนาดเล็กลงจนสู่สภาพปกติ และกล้ามเนื้อ ก็จะสามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติเช่นกัน
 
หลังจากรับประทานอาหารเสริมนี้ติดต่อกันนาน 6 เดือน และทุกๆ 6 เดือน ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจขนาดของหัวใจตลอดเวลา 24 เดือน ขนาดหัวใจก็จะมีขนาดปกติเหมือนเดิมทุกครั้ง ผู้ป่วยโรคหัวใจ จะต้องงด อาหารเค็มจัด และอาหารที่มีไขมันสูง  
 
.
โรคลิ้นหัวใจรั่ว ในผู้ป่วยบางรายที่ลิ้นหัวใจรั่วมาก ถึงขนาดที่อาจจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ จะต้องรับประทานอาหารเสริมนี้อย่างน้อย ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง โดยวันแรกให้เริ่มวันละ 1 แคปซูล วันที่2 ครั้งละ 1 แคปซูลวันละ 2 ครั้ง วันที่3 ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง ให้รับประทานอาหารเสริมครั้งละ 2 แคปซูล วันละ3 ครั้ง หลังจากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน ให้ทดลองลดอาหารเสริมนี้ลงเหลือ วันละ 2 ครั้ง ถ้าอาการยังดีอยู่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ให้รับประทานขนาดนี้ตลอดไป
 
ถ้าอาการกลับเลวลงก็ให้กลับไปรับประทานเหมือนเดิมวันละ 6 แคปซูล ในอนาคต ถ้าจะทดลองลด ปริมาณการรับประทานก็ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ป่วยเอง
 
โรคความดันโลหิตสูง หรือ ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ การรับประทานอาหารเสริมนี้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันตามที่แพทย์สั่ง ให้รับประทานอาหารเสริม 1 แคปซูลก่อนนอน จนครบหนึ่งเดือน และให้เพิ่มการรับประทาน ในเวลา ก่อนอาหารเช้า 1 แคปซูล อีก 3 สัปดาห์ รวมเป็นวันละ 2 แคปซูล
 
เมื่อตรวจความดันแล้วพบว่า ความดันโลหิตลดลงจนอยู่ในระดับที่ปกติ (อายุและประวัติของผู้ป่วยจะมีผลต่อระดับความดันที่ปกติ) ก็สามารถลดยาแผนปัจจุบันไปได้ทั้งหมด โดยทยอยลดปริมาณยาเคมีพร้อมกับเพิ่มการรับประทานอาหารเสริม โดยเพิ่มอีก 1 แคปซูล เป็นเวลา 1 เดือน หลังจากนั้น ถ้าความดันยังสูงกว่าปกติ ก็ สามารถเพิ่มอาหารเสริมนี้อีก 1 แคปซูล รวมเป็น 4 แคปซูล
 
ผู้ป่วย ควรมีการออกกำลังกายและตรวจหาระดับความดันโลหิตเป็นประจำ
 
การรับประทานอาหารเสริม นั้นจะไม่ทำให้ผู้ป่วยมีระดับความดันโลหิตต่ำกว่าปกติเหมือนยาจากสารเคมี ถึงแม้จะรับประทานเกินขนาดไปบ้างโดยเฉพาะความดันตัวล่าง (ซึ่งเป็นตัวอันตรายที่สุด) ซึ่งอาหารเสริมนี้ จะสามารถลดความดันได้ดีกว่าการใช้ยาสารเคมี
 
การรับประทานยาเกินขนาดนี้ มักมาจาก พฤติกรรมของผู้ป่าวบางราย ที่มัก ปรับขนาดยาเอง เมื่อเห็นผลที่ดีหรือแย่ลง ไม่ทำรับประทานตามข้อกำหนดในการรับประทาน
 
นอกจากนี้อาหารเสริม ยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆและทำให้ร่างกายมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งรวมถึงโรคติดเชื้ออีกด้วย ในกรณีนี้ถ้าจะ ลดหรือเลิกรับประทานยาเคมี จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเท่านั้น โดยผู้ป่วยจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่า กำลังรับประทานอาหารเสริมนี้อยู่ ผู้ป่วยต้องงดอาหารเค็มจัดและอาหารที่มีไขมันสูง
 
 

>>>กลับไปหน้าตัวอย่างอาหารเสริมคุณภาพ