โรคเบาหวานและโรคแทรกจากเบาหวาน 
 
เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งมักมีผลข้างเคียง ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น นัยน์ตาเสื่อม ไตวาย หัวใจวาย โรคทางสมอง และการสูญเสียอวัยวะจากแผลที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวาน สรรพคุณของอาหารเสริมจะเป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งจะเป็นผลให้เซลล์มีประสิทธิภาพในการทำงานในระบบภูมิคุ้มกันรักษาตัวเอง
 
ในขณะที่ ยาที่ใช้ในแพทย์แผนปัจจุบันในการรักษาแผลผู้ป่วยจะเป็นเพียงยาปฏิชีวนะธรรมดา นอกจากนี้อาหารเสริมจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับอ่อน  ทำให้การผลิตอินซูลินดีขึ้น ซึ่งจะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ผลมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานของเซลล์ในร่างกายให้สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดมาเป็นพลังงานได้ แต่จะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมากกว่าค่าปกติ เพราะอาหารเสริมนี้จะไม่ได้ทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลแต่จะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
 
ยกเว้น กรณี รับประทานอาหารเสริมนี้ร่วมกับยาสารเคมี ผู้ป่วยควรตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ เพื่อทยอยปรับลดยาเคมีลง (ห้ามลดทันทีทั้งหมด) พร้อมกับเพิ่มอาหารเสริมนี้ตามความเหมาะสม โดยรับประทาน 1 แคปซูล ก่อนนอน เป็นประจำ เป็นเวลา 1 เดือน ร่วมกับยาแผนปัจจุบันตามที่แพทย์สั่งเมื่อครบ 1 เดือน ควรตรวจวัด ระดับน้ำตาลในเลือด และควรรายงานแพทย์ ให้ทราบว่า ผู้ป่วยได้รับประทาน อาหารเสริมนี้ ร่วมด้วย
 
ถ้าพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงเหลือประมาณ 120-130 มิลลิกรัม ก็สามารถทยอยลดยาแผนปัจจุบันลงประมาณ 1 ใน  4 ส่วน พร้อมกับเพิ่มอาหารเสริมหลังอาหารเช้าอีก 1 แคปซูล
 
ดังนั้น ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาแผนปัจจุบันที่ต้องรับประทานร่วมกับอาหารเสริม ทั้งหมด 3 ใน 4 ส่วนของยาเคมีแผนปัจจุบัน หลังจากนั้น 1 เดือน ควรตรวจหา ระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดยังอยู่ในระดับ 120-130 มิลลิกรัม ก็สามารถทยอยลดยาแผนปัจจุบันได้ทั้งหมด และเพิ่มอาหารเสริม 1 แคปซูล ก่อนหรือหลังอาหารกลางวันก็ได้ หลังจากนั้นควรตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดทุกๆเดือน
 
ถ้าพบน้ำตาลยังอยู่ระหว่าง 90-110 มิลลิกรัม ก็ให้รับประทานขนาดนี้ต่อไป ถ้าน้ำตาลยังสูงกว่า 110 มิลลิกรัมให้เพิ่ม ได้อีก 1 แคปซูล เป็นวันละ 4 แคปซูล การรับประทานอาหารเสริมเป็นประจำ จะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ ถึงแม้จะรับประทานอาหารเสริมเกินขนาดไปบ้างก็ตาม ผู้ป่วยจะมีสุขภาพแข็งแรง ภายใน 2 เดือน
 
นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคอื่นๆ รวมถึงโรคติดเชื้อต่างๆได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย ถึงแม้ระดับน้ำตาลจะปกติแล้ว ก็ยังคงต้องรับประทานอาหารเสริมนี้ตลอดไป และ ห้ามเว้นระยะรับประทานเด็ดขาด ถ้าจะเลิกรับประทานจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเท่านั้น
 
กรณีน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ในกรณีผู้ป่วยบางราย จากการทานอาหารเสริมนี้ พบ 2 รายจาก กว่า100,000 ราย พบผู้ป่วยสอง รายที่ทานแล้วระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้น ให้งดทานอาหารเสริมนี้
 
ส่วนการควบคุมการทานอาหาร จำพวกแป้ง ให้รับประทานอาหารจำพวกแป้งให้น้อยกว่าผัก และงดน้ำตาลตลอดไปเช่นเดียวกันกับ กรณีรับประทานยาเคมีแผนปัจจุบัน ตามคำแนะนำของแพทย์
 
ในกรณีผู้ป่วยที่มีเครื่องตรวจน้ำตาลประจำตัว หรือ ส่วนตัว ซึ่งสามารถ ตรวจระดับน้ำตาลได้เป็นประจำ ก็สามารถปรับลดขนาด ยาลงได้ทุกๆอาทิตย์