ผู้ป่วยโรคไต หรือ กำลังฟอกโลหิตด้วยไตเทียม   ไตทำหน้าที่ขับถ่ายของเสีย ซึ่งเกิดจากเมแทบอลิซึมของร่างกาย เช่น ยูเรีย (urea) จากโปรตีน กรดยูริกจากกรดิวคลีอิก ครีเอทินีน (creatinine) จากครีเอทีน (creatine) ในกล้ามเนื้อ สาเหตุของโรคไตเกิดจาก เยื่อไตอักเสบ,เบาหวาน,ความดันสูง,ไขมันในเลือดสูง,  นิ่วในกรวยไต หรือท่อไต หรือท่อปัสสาวะ,ยา สารเคมี สารพิษต่างๆ,   การติดเชื้อ, กรรมพันธุ์ เส้นเลือดเสื่อม (โรคของความเสื่อมเรื้อรัง) ปัญหาระบบเลือด
>>> ขนาดการรับประทานเเละการบำบัด อ่านต่อด้านล่าง
 
 
ดังนั้นการรับประทานอาหารเสริมบำบัดในหน่วยเซลล์ หรือ ระบบไหลเวียนโลหิต นี้ ผู้ป่วยสามารถรับประทานร่วมกับยาแพทย์แผนปัจจุบันโดย รับประทานวันละ 1 แคปซูลเป็นเวลา 3 วันแล้ว หลังจากนั้นจะต้องเพิ่มเป็นครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 เวลา ถ้าภายใน 1 เดือนอาการยังไม่ดีขึ้น ควรเพิ่มเป็นครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง โดยปกติหลังจากรับประทานวันละ 4 แคปซูล ไตจะกลับเป็นปกติภายใน 3 เดือน
 
กรณีมีการฟอกโลหิต..ถ้ามีการฟอกโลหิตอยู่ด้วย ต้องเพิ่มเป็นครั้งละ 2 แคปซูลวันละ 3 เวลา หลังจากนั้นถึงแม้แพทย์จะสั่งลดการฟอกโลหิตให้น้อยครั้งลง ก็ยังต้องรับประทานเหมือนเดิมต่อไป หลังจากนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน  ซึ่งอาจทดลองลดการรับประทานอาหารเสริมนี้ในมื้อกลางวันดูก่อนก็ได้ เมื่อลดแล้วถ้ารู้สึกผิดปกติ จะต้องรีบรับประทานตามเดิมทันที
 
ในระหว่างการฟอกโลหิตถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรง และสามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้เหมือนธรรดาแล้วก็ตาม ผู้ป่วยยังคงต้องรับประทานอาหารเสริมนี้ติดต่อกันตลอด ห้ามเว้นระยะโดยเด็ดขาด มิฉะนั้น อาจจะเกิดภาวะน้ำท่วมปอด และช็อกหมดสติได้
 
การฟอกโลหิตบ่อยๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะมีผลทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะโลหิตจาง ต้องให้โลหิตเพิ่ม รวมทั้งให้ยาเพิ่มโลหิต
 
หลังการฟอกโลหิตทุกครั้งคนไข้จะอ่อนเพลียมาก บางรายถึงมีอาการจับไข้ทุกครั้งก็มี แต่เมื่อรับประทานอาหารเสริมซึ่งเข้าไปบำบัดในหน่วยเซลล์และระบบการไหลเวียนโลหิต จะเป็นผลให้ผู้ป่วยไม่เกิดภาวะโลหิตจาง แม้จะมีภาวะโลหิตจางอยู่ก่อนแล้วก็ตาม และจะไม่รู้สึกอ่อนเพลียเหมือนกับการฟอกโลหิตทุกครั้งอย่างที่ผ่านมา
 
นอกจากนี้ยังผลให้คนไข้มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นเสมือนคนปกติ ถึงแม้จะยังไม่สามารถ งด การฟอกโลหิต ไปทั้งหมดก็ตาม แต่จะมีสุขภาพดีกว่าคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไตแล้ว อีกทั้งยังเสียค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนน้อยกว่า และไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจากการรับประทานยากดภูมิคุ้มกันเนื่องจาก การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ และ ยาป้องกันร่างกายปฏิเสธไต ที่เปลี่ยนใหม่
 
สำหรับผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนไตแล้ว ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน สามารถรับประทานได้ วันละ 1 แคปซูลก่อนนอนเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรได้รับ การยินยอมและอยู่ในความดูแลของแพทย์ ผู้ป่วยสามารถปรึกษา กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแพทย์ทางเลือกได้ที่โรงพยาบาล ปิยะเวช
ผู้ป่วยจะต้องงดอาหารรสเค็มจัด และรับประทานโปรตีนและไขมันได้เพียงเล็กน้อย
 
 
โรคทางระบบประสาท อาการต่างๆเช่น ความจำเสื่อม ตาพร่ามัว อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคปากินสันในระยะเริ่มแรก โรคเส้นโลหิตตีบในสมอง และส่วนต่างๆของร่างกาย เวียนศีรษะ สูญเสียการทรงตัว ศีรษะสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ ซึมเศร้า ประสาทอ่อนเปลี้ย ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นผลมาจากการเสื่อมของระบบประสาท ซึ่งสามารถช่วยให้บรรเทาลงได้เมื่อมีการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของเลือดในระบบประสาท และ การบำบัดในหน่วยเซลล์ของการรับประทานอาหารเสริมบำบัดโรค >>>อ่านต่อ ปริมาณอาหารเสริมที่ใช้ในการบำบัดโรคทางระบบประสาท